Last updated: 14 ม.ค. 2569 | 11 จำนวนผู้เข้าชม |
ก่อนอื่น เรามาแยกความหมายของทั้งสองคำแบบเข้าใจง่ายกันก่อน
หูตึง หมายถึง ภาวะที่
ได้ยินเสียงเบาลง
ต้องเปิดทีวีหรือวิทยุเสียงดังขึ้น
หรือเรียกชื่อแล้วไม่ได้ยินเหมือนเดิม
สาเหตุของหูตึง มักเกิดจาก
– ประสาทหูเสื่อมตามวัย
– การสัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน
– การอักเสบหรือโรคของหูบางชนิด
ในกรณีนี้ เครื่องช่วยฟังจะช่วยได้ดี
เพราะเป็นการ “ขยายเสียง” ให้ดังขึ้นในระดับที่เหมาะสม
ส่วน หูเสื่อม เป็นปัญหาที่ละเอียดกว่านั้น
หูเสื่อมไม่ได้หมายถึงได้ยินเบาเสมอไป แต่คือ
ได้ยินเสียง แต่ฟังไม่ชัด ฟังไม่เข้าใจ
ผู้สูงอายุที่มีหูเสื่อม มักจะบอกว่า
– ได้ยินคนพูด แต่จับคำไม่ได้
– ฟังเสียงผู้หญิงหรือเด็กยาก
– อยู่ในที่เงียบพอฟังได้ แต่ในที่เสียงดังจะสับสน
– ได้ยินแต่ไม่เข้าใจความหมาย
หูเสื่อมเกี่ยวข้องกับทั้ง ประสาทหูและการประมวลเสียงของสมอง
เมื่ออายุมากขึ้น สมองแปลเสียงช้าลง
ทำให้แม้จะได้ยินเสียงครบ แต่ไม่สามารถแยกคำพูดออกจากเสียงรบกวนได้ดีเหมือนเดิม
นี่คือเหตุผลที่ผู้สูงอายุบางท่าน
“ใส่เครื่องช่วยฟังแล้ว แต่ยังฟังไม่ชัด”
เพราะถ้าเป็นหูเสื่อม
เครื่องช่วยฟังต้องไม่ได้แค่ทำให้เสียงดัง
แต่ต้องช่วย ปรับเสียงพูดให้ชัด ลดเสียงรบกวน และเหมาะกับการประมวลของสมอง
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหูตึงและหูเสื่อม
จึงสำคัญมากก่อนเลือกเครื่องช่วยฟัง
หากเลือกผิด
– เสียงอาจดังแต่ฟังไม่รู้เรื่อง
– ผู้สูงอายุอาจรู้สึกรำคาญ ไม่อยากใส่
– เสียเงินโดยไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
ทางที่ดีที่สุดคือ
– ตรวจการได้ยินอย่างละเอียด
– ประเมินทั้งระดับเสียงและความชัดของการฟัง
– ปรับเครื่องช่วยฟังโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
เมื่อเลือกได้ถูกต้อง ผู้สูงอายุจะกลับมาฟังชัดขึ้น
สื่อสารกับคนในครอบครัวได้ดีขึ้น
และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การได้ยินที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของหู
แต่คือความสุข ความเข้าใจ และความใกล้ชิดในครอบครัวค่ะ
14 ม.ค. 2569